26 เมษายน 2554

[071] วิจารณ์หูฟัง JVC แบบ in-ear รุ่น HA-FX22 (Review JVC HA-FX22)

-- เริ่มบ่น --
ช่วงก่อนหน้านี้ผมได้พยายามหาหูฟังที่สามารถฟังขณะเดินทางบนรถโดยสารในกรุงเทพฯได้ ซึ่งช่วงแรกพยายามหาหูฟังประเภท Noise cancel โดยไปซื้อยี่ห้อ Philip รุ่น SHN9500 ซื้อมา 2,500 บาท COMMART 18 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่แล้ว

จากผลการทดลองใช้งานอยู่หลายเดือน มันทำงานได้ดีมากบน BTS แต่ปรากฎว่ามันล้มเหลวเมื่อไปใช้งานกับรถยนต์โดยสารขสมก. เนื่องจากมันรถสะเทือนมาก จนทำให้ส่วนที่สร้างเสียงหักล้างทำงานไม่ถูกต้อง เลยต้องออกหาหูฟังใหม่
-- เลิกบ่น --

สำหรับหูฟัง JVC รุ่น HA-FX22 นี้ โดยส่วนตัวไม่ชอบหูฟังแบบ in-ear เป็นทุนเดิม เนื่องจากรู้สึกรำคาญกับการเอามายัดในรูหูเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหาหูฟังประเภท noise isolation มาใช้งานแทน (เงินหมดแล้ว T-T) ซึ่งตอนแรกดูหูฟัง Creative รุ่น EP430 ราคาประมาณ 600 บาท แต่จากที่หาข้อมูลมา ไม่มีใครบอกว่ามันเสียงดีเลย (ไม่มีเบส และมิติเสียงธรรมดา พอรับได้) เมื่อเห็นท่าว่าไม่น่าจะดีแน่ ๆ เลยเพิ่มเงินอีกนิดซื้อยี่ห้ออื่นที่น่าจะมีดูดีกว่า เลยมาหยุดที่ JVC รุ่นที่ว่า เนื่องจากราคา 740 บาท พร้อมกับการออกแบบสีที่เข้ากับ iPod nano (แต่ตัวเองใช้ iPod touch อยู่ แหะๆ)


สีที่ซื้อมาเป็นสีส้ม เนื่องจากเบื่อสีดำและขาวเป็นอย่างมาก สิ่งที่พบเมื่อแกะกล่อง
กล่องหูฟัง JVC รุ่น HA FX-22
ซื้อเมื่อ 24 Feb 2011 ที่ The Mall บางกะปิ

  • กล่องพลาสติกที่หุ้มมาแบบปิดตาย ต้องใช้มีดหรือกรรไกรตัดออก จึงรับรองว่าได้ของใหม่แน่ ๆ (แต่นั้นก็ทำให้ไม่สามารถลองหูฟังก่อนซื้อได้)
  • สีหูฟังที่ดูจากภายนอกกล่อง สีสดใส สวยงาม
  • ที่ฉลากภาษาไทยบอกว่าผลิตที่จีน แต่เมื่อดูทีกล่องจริง ๆ บอกว่าผลิตที่มาเลเซีย -*-


ฉลากบอกผลิตเมื่อ JAN 2011 ที่จีน ใหม่เชียว

พอดูที่ฉลากจริง บอกว่าผลิตที่มาเลเซีย
FAIL ตั้งแต่ฉลากกันเลย

การออกแบบของหูฟัง
  • ส่วนของที่ขับ (Driver) มีลักษณะสีขาวสลับส้มแบบโปรงแสง ถ้าชอบแนวนี้ถือว่าสวยดี
  • สายสีส้มเหมือนสี iPod nano จริง ๆ (สีทึม ๆ แบบทองแดง) แต่ปรากฎว่าพอแกะเอาออกมาจากกล่องพบว่าสีของสายหูฟังสองเส้นไม่เสมอกัน คือ สายด้าน L สีเข้มกว่า เหมือนกับสีสายไฟภายในเป็นสีน้ำเงิน ตรงนี้บอกว่าได้เลยว่าเซ็งมาก ๆ
  • แจ๊คเสียบเป็น gold-plated แต่ส่วนตัวไม่ได้สนใจเพราะไม่เคยคิดว่ามันจะช่วยให้เสียงดีขึ้นแบบสังเกตุได้ (Sennheiser PX-100 ราคาสองพันที่ฟังอยู่ เสียงดีมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่แจ๊คก็ธรรมดา)
  • สายยาว 1.20 เมตร
  • จุกยางสำหรับเสียบรูหู มี 3 ขนาด ลองจับและใส่ดู ยางมีคุณภาพดีและนิ่ม



เสียงแรกที่ได้ยิน
เมื่อแกะออกมา ก็ลองต่อ iPod และเปิดเพลงแนวต่าง ๆ ฟังดูปรากฎว่า
  • เพลงแรก เพลง Pop-Dance ที่มีเบสเยอะหน่อย เสียงพอใช้ได้ ฟังแล้วรู้สึกว่ามีเบส แต่ไม่ตึ๊บ
  • เพลง Jazz เสียงใสมาก ๆ ถือว่าประทับใจกับมิติเสียงที่ได้รับ
  • เพลง Rock อืมมมม เสียงมันอู้ ๆ พิกล เสียงช่วงกลางถึงแหลมไม่ค่อยออก เสียงเบสก็ไม่สม่ำเสมอ เหมือนกับออกไม่ทุกย่านความถี่
  • เพลง Pop แนว Anime เบสไม่เยอะ ฟังแล้วแทบร้องไห้ เบสมันหายไปไหนเนี่ย แถมมิติเสียงโดยรวมแย่กว่าหูฟัง iPod สีขาวที่แถมเสียอีก เสียงแห้งมาก

เริ่ม Burn-in
ทฤษฎีการ burn-in นั้น ถึงแม้จะไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าช่วยให้เสียงดีขึ้น แต่คราวนี้อาจมีผลต่อหูฟังที่ซื้อมา เพราะช่วงเบสไม่หนัก และกลางเกือบแหลมนั้นหูฟังทำได้ไม่ดีเอาเสียเลย นึกในใจว่ามันคงยังใหม่เลยทำงานได้ไม่ดี เลยจัดการ burn-in โดยเลือกดนตรีในย่านที่เสียงไม่ออกมาใช้ รวมถึง noise ต่าง ๆ (ใช้ Pink กับ Brown เท่านั้น เนื่องจากหูฟังตอบสนองย่านเสียงสูงดีอยู่แล้ว) จากนั้นก็เปิด loop ไปเรื่อยอยู่เป็นสิบชั่วโมง
ลองฟังใหม่ เพลงเดิมที่มีปัญหาเสียงดีขึ้นเยอะเลย เบสมากขึ้น มิติของเสียงดีขึ้น ดีกว่าหูฟัง iPod ที่แถมมาแล้ว รอดตัวไป เฮ้อ


บทสรุปของเสียงที่ได้รับ
ด้วยราคา 740 บาท กับเสียงที่ได้ถือว่าคุ้มค่า มิติเสียงดีมาก เพลง Jazz มีมิติของเครื่องดนตรีดีมาก ๆ ส่วนเสียงเบสก็ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แม้จะไม่มี deep-base เหมือนหูฟังเทพราคาสองสามพันบาท แต่กับค่าตัวแค่นี้ถือว่าทำได้ดีมากครับ (เบสไม่บวม กำลังฟัง) ถ้าเทียบกับหูฟัง iPod ที่แถมมา(เสียงใสไร้เบส)นั้น ถ้าคิดว่าหูฟัง iPod ที่แถมมารับได้แล้ว รับรองได้ว่าหูฟัง JVC ตัวนี้ก็สามารถให้มิติเสียงพร้อมเบสที่ทำให้รู้สึกถึงความสุขในการฟังเพลงได้เช่นกัน


การป้องกันเสียงรบกวน
แม้ว่าจะไม่ได้วัดกันเป็น dB แต่ก็ถือว่าสอบผ่าน แต่ก็ไม่ได้กันเสียงจนไม่ได้ยินเสียงภายนอกเลย ถ้านั่งรถเมล์ เสียงเครื่องยนต์จะได้ยินเป็นเสียงหึ่ง ๆ เบา ๆ ส่วนเสียงคนพูดกันก็จะเบาลงแต่ก็ยังได้ยินอยู่ สรุปว่าถ้าเป็นพวกเสียงต่ำ ๆ เสียงหึ่ง ๆ เสียงเครื่องยนต์ สามารถลดเสียงรบกวนได้ดี ทำให้สามารถได้ยินเสียงเพลงโดยไม่ต้องเปิดดังมาก เปิดเบา ๆ ก็ยังได้ยินชัดเจน ซึ่งแลกกับต้องรำคาญจุกอุดหูของหูฟังก็เลยพอยอมทนได้


ข้อด้อย
  • ข้อเสียหูฟังแบบ in-ear ที่มีอยู่ในท้องตลาด หูฟัง JVC ตัวนี้ก็ยังมีอยู่ครบ -*-
  • ส่วนของ driver มีขนาดใหญ่ คนที่มีช่องใบหูด้านในเล็กแบบผม รู้สึกใส่แล้วไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ (ขนาดใหญ่กว่า Creative รุ่น EP430 ประมาณ ⅓ น่าจะได้ และใหญ่กว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับ CX 300-II)
  • สีสายหูฟังไม่เท่ากัน ถ้าดูไกลอาจไม่เห็นแต่เจ้าของคงเห็นแน่ ๆ
  • การป้องกันเสียงรบกวน (noise-isolate) ทำได้ไม่ถึงกับประทับใจ ยังรู้สึกว่าหูฟังยี่ห้ออื่นรุ่นธรรมดาก็น่าจะลดเสียงรบกวนได้พอ ๆ กัน

สรุป
ถ้าชอบสี การออกแบบ และความคุ้มค่า ในงบประมาณไม่เกิน 1,000 บาท หูฟังตัวนี้ถือว่าสอบผ่านและคุ้มค่ากับค่าตัวรวมถึงซุ่มเสียงทีได้รับครับ เสียงดีกว่าหูฟังที่แถมมากับ iPod ส่วนเรื่อง noise isolation นั้นอย่าหวังไว้สูงมาก (ถ้าใครลอง Sennheiser CX 300-II ที่ราคาแพงกว่าเกือบ 4 เท่า ได้ผลอย่างไรมาบอกด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง ^^)

เกี่ยวกับเจ้าของบล๊อก

รูปภาพของฉัน

เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ฝันว่าจะได้นอนเกาพุงไปวัน ๆ จนพุงลดกลายเป็นเอว ได้เป็นบุคคลที่มีความสุขที่สุดในโลกจนคนอื่น ๆ อิจฉา